2011/Nov/30

มาต่อแล้วค่า
 
  จากนั้นผ่านไปไม่นานวันที่ทำให้ข้าต้องรู้สึกเสียใจไปจนวันตายก็ มาถึง  รัชทายาทถูกเวทมนตร์พาตัวออกไปและต้องต่อสู้กับอัศวินในตำนานถึงสองคน แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่ทำให้ข้าเสียใจเท่ากับสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น

   “ม่ายยย!!!”รัชทายาทหลั่งน้ำตาอีกแล้ว...

   ทั้ง ที่ข้าสัญญาว่าจะปกป้องและไม่ทำให้ท่านต้องร้องไห้แต่ข้ากลับได้แต่ยืนมอง ท่านที่กรีดร้องอย่างเจ็บปวดอยู่แบบนั้น ทุกคำพูดของท่านมอคค่าที่นอนสิ้นใจอยู่ตรงนั้นยังคงสะท้อนก้องในหูไม่หยุด

   ใครๆ ก็ชิงชังจันทร์สีเงิน......ทอดทิ้งจันทร์สีเงิน....เป็นการมีอยู่ที่ถูก เกลียดชัง....ผู้ที่ยอมรับ ‘จันทร์สีเงิน’มีเพียงแอนเซลเท่านั้น.....

   น่า สมเพชจริงๆ นอกจากคำนี้แล้วข้าก็ไม่รู้ว่าควรจะด่าทอตนเองเช่นไรดี ข้าอยากจะปกป้องรัชทายาท แต่บางทีท่านคงไม่ต้องการ สิ่งที่ท่านต้องการไม่ใช่เพียงแค่อ้อมกอดหนึ่งแต่เป็นเสียงเรียกซึ่งยอมรับ ในตัวตนของ‘จันทร์สีเงิน’จากก้นบึ้งของหัวใจ ท่านก็แค่ต้องการให้ใครสักคนเรียกชื่อเพื่อยืนยันว่าตนเองยังเป็นที่ต้องการ อยู่มิใช่หรือ

   ข้ารู้สึกเจ็บยอกในอก คิดแค้นตัวเองจนแทบทนไม่ได้ บางทีข้าอาจจะหลงตัวเองแต่ข้ากลับรู้สึกมั่นใจว่าหากเพียงแค่วันนั้นข้าใช้ ความกล้าตลอดชั่วชีวิตเรียกชื่อรัชทายาทที่อยู่ในอ้อมกอดของข้าสัก ครั้ง.....เพียงแค่ครั้งเดียวบางทีในวันนี้รัชทายาทก็คงไม่ต้องมาเจ็บปวดแบบ นี้

   สิ้นสุดเสียงร้องของรัชทายาท ร่างที่แสนบอบบางนั้นก็เอาแต่เหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันมาทางที่ข้ายืน อยู่ สายตาที่เต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่ง แววตาที่เหมือนอยากจะหายไปจากบนโลกใบนี้ ข้าไม่รู้ว่าสายตานั้นมอบให้ใครกันแน่ แต่ข้าก็ไม่มีโอกาสถามเมื่อรัชทายาทได้กระโดดขึ้นไปบนหลังมังกรขาว ศักดิ์สิทธิ์แล้วหายลับไปบนท้องฟ้า

   “รัชทายาท!”ข้าร้องเรียกพร้อม สั่งให้มังกรของตนเองมา ข้ารีบกระโดดขึ้นหลังมังกรน้ำหวังจะตามรัชทายาทให้ทัน แต่เมื่อเทียบกับจ้าวเวหาอย่างมังกรขาวศักดิ์สิทธิ์ มังกรของข้าก็แทบไม่ต่างจากนกน้อยเพิ่งหัดบิน ร่างที่ข้าต้องการจะตามไปหายลับไปจากสายตาต่อหน้าต่อตา

   “รัชทายาท!”ข้า ร้องเรียกอีกครั้งหวังให้ท่านได้ยินสักเสี้ยวหนึ่งตอบกลับมาบ้าง แต่รอบกายข้าก็ยังคงมีเพียงความเงียบจนเหมือนกับจะสิ้นหวัง กระนั้นข้าก็ยังออกตามหาองค์รัชทายาท ข้าตะโกนจนเสียงแหบแห้ง มังกรของข้าแทบจะร่วงหล่นลงสู่ผืนดินเพราะไม่เหลือเรี่ยวแรงไว้โผบิน

   “รัชทายาท...ท่านอยู่ ที่ไหน....”ข้าเอ่ยขึ้นขณะที่เงยหน้ามองท้องฟ้า ตอนนี้ข้านอนอยู่บนพื้นใกล้กับแม่น้ำเพื่อพักผ่อนเอาแรง เสื้อผ้าอัศวินที่เคยสะอาดหมดจนเปรอะเปื้อนคราบสกปรกตากการนอนกลางดินกลาง ทราย เส้นผมพันกันยุ่งเหยิง ยามที่เห็นใบหน้าของตนสะท้อนบนผิวน้ำข้าถึงได้พบว่าขอบตาของข้าดำคล้ำและ แก้มดูซูบตอบเพราะไม่ได้กินอะไรเป็นเรื่องเป็นราว เรียกได้ว่าไม่เหลือคราบของอัศวินผู้องอาจเลยแม้แต่น้อย ทว่าข้าก็ยังคงหารัชทายาทไม่พบ

   หลายวันผ่านไปในที่สุดข้าก็ถูกพี่ ชายของตัวเองตามหาจนเจอแล้วพาตัวกลับไป ตลอดทางพี่เอาแต่ดุด่าข้าแต่ข้าก็ไม่ได้สนใจ ใจข้ายังคงหวนคิดถึงแต่แววตาสีเงินคู่นั้น แววตาที่แสนเหงาหงอยจนทำให้คนเย็นชาอย่างข้ายังรู้สึกอยากจะปลอบประโลม

   รัชทายาท.....ท่านยังร้องไห้อยู่รึเปล่า.....

   ข้า เฝ้าแต่คิดอยู่เช่นนี้แม้กระทั่งยามที่หลับใหล แต่ใครจะรู้ล่ะว่าในอีกไม่กี่วันต่อมาข้าก็ถูกสั่งให้เข้าเฝ้าราชามังกรและ จุดประสงค์ที่เรียกให้ข้าเข้าเฝ้าก็ทำให้ข้าต้องตกตะลึงจนพูดไม่ออก

   “เจ้าจงออกไปสู้กับรัชทายาทซะ”แค่คำสั่งสั้นๆ แต่ก็เป็นคำสั่งของราชามังกรผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งห้ามไม่ให้ใครปฏิเสธ

   สมอง ของข้ามึนตื้อไปหมดขณะที่ฟังคำอธิบายของเรื่องราวทั้งหมดจากอิดูอีนอาจารย์ ของพี่ชายข้า รัชทายาทจะชิงบัลลังก์...รัชทายาทที่แสนเย็นชาคนนั้นเลือกที่จะต่อต้านราชา มังกร ข้าไม่เข้าใจเลยว่าตอนนี้รัชทายาทกำลังต้องการทำอะไรกันแน่ แต่รู้เพียงอย่างเดียวคือ....ข้าจะไม่ยอมต่อสู้กับรัชทายาท

   “ต้อง บังอาจขอทูลว่ากระหม่อมขอปฏิเสธ”ราชามังกรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยไม่ได้มีท่า ทีโกรธเคืองอย่างที่คาดไว้ มันเหมือนจะมีแค่เพียงความประหลาดใจเท่านั้น

   “เจ้ารู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอยู่กับใคร”ราชามังกรถามซ้ำ ข้าขึงเงียหน้าขึ้นและตอบกลับไปตามความจริง

   “ข้า ทราบดีว่าท่านคือราชามังกรและข้าคืออัศวินแห่งราชอาณาจักรดราคอน แต่ทว่าในตอนนี้ข้าคืออัศวินของรัชทายาทจันทร์สีเงิน ข้ามีหน้าที่ต้องปกป้ององค์รัชทายาท”ข้าเหลือบเห็นพี่ชายทำสีหน้าคล้ายคน หัวใจสลายใกล้เป็นบ้า ส่วนเฟลอร์ก็มองข้าด้วยใบหน้าซีดเผือดแววตาที่มองข้าประหนึ่งแววตาที่มองคน ใกล้ตายไม่มีผิด

   “หึ...ข้าว่าบางทีเจ้าอาจจต้องการเวลาสงบสติอารมณ์นิดหน่อยนะ”หลังคำตอบของข้าคือรอยยิ้มที่มากด้วยเล่ห์ของราชามังกร

   สิ้น รับสั่งนั้นข้าก็ถูกนำตัวไปยังคุกใต้ดิน แม้จะไม่มีการทรมาณแต่ในคุกที่มืดมิดนั้นก็ไม่ได้สุขสบายเลย แขนขาของข้าถูกล่ามติดกับผนังด้วยโซ่ที่หนากว่าแขนของข้า นอกจากการให้น้ำและอาหารวันละสามครั้งแล้วข้าก็ไม่อาจจะแยกวันคืนออกอีกเลย ในคุกน้มีแต่ความมืดที่ไม่ว่าจะลืมตาหรือหลับตาก็มองเห็นสิ่งเดียวกัน

   ภาย ใต้ความมืดนั้นไม่ได้ช่วยทำให้จิตใจของข้าสงบลงเลย ใจของข้าร้อนรนยิ่งกว่าเปลวไฟทุกครั้งยามที่คิดถึงองค์รัชทายาท ต่อให้มีข่าวมาว่ารัชทายาทปลอดภัยและกลับมาชิงบัลลังก์แล้วแต่ข้าก็อยากจะ เห็นให้แน่ใจด้วยตาของตนเองมากกว่าคำบอกเล่าของคนอื่น

   รัชทายาท ท่านไม่เป็นไรแล้วใช่ไหม....ท่านหายเจ็บปวดแล้วหรือไม่...รัชทายาท...ข้า อยากจะปกป้องท่านเหลือเกิน....ใจข้าหวนคิดถึงคำเหล่านี้ซ้ำไปซ้ำมาและดู เหมือนว่าความคิดคำนึงถึงรัชทายาทของข้าจะเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้จิตใจ ของข้ายังสามารถดำรงอยู่ได้ในคุกอันมืดมิดที่ราวกับจะทำให้คนเป็นบ้าได้

   “เป็นอย่างไรบ้าง มอส อีย์”เสียงหนึ่งในรอบหลายวันดังขึ้น เสียงที่ข้าจำได้ว่าคือเสียงของราชามังกร

   “ฝ่าบาท...”เพราะเพิ่งได้รับน้ำมาจากผู้คุมเมื่อไม่นานมานี้ทำให้ข้าพอจะมีเสียงตอบกลับไปบ้าง

   “หวัง ว่าข้าจะได้คำตอบที่น่าฟังจากเจ้า”น้ำเสียงของราชามังกรยังฟังดูไร้ความ กังวลและใจเย็นจนเหมือนกับจะแน่ใจในคำตอบของข้าว่ามันไม่มีทางเป็นคำปฏิเสธ บางทีมันคงเป็นการฉลาดกว่านี้หากข้าเลือกที่จะตอบตกลงแต่ว่าข้าก็.....

   มอส อีย์....

   เสียง เรียกชื่อข้าขององค์รัชทายาท ทั้งแววตาอันโดดเดี่ยว ฝ่ามืออันสั่นเทาที่สัมผัสใบหน้าของข้า ข้าลืมมันไม่ลงจริงๆและยิ่งไม่อาจลืมได้ว่าตนเองเป็นใครและได้ตัดสินใจเลือก อะไรไปแล้ว

   “ขออภัยด้วยฝ่าบาท ข้าขอยืนยันคำเดิมว่าข้าไม่มีวันสู้กับรัชทายาท”

   “หืม...เจ้า มีเหตุผลอะไรกับการปฏิเสธล่ะ เจ้าเพิ่งรู้จักรัชทายาทมาไม่นานไม่ใช่หรือ”เสียงของราชามังกรฟังดูเปลี่ยน ไป ถ้าข้าไม่ได้คิดไปเองมันฟังคล้ายกับเสียงชื่นชม

   “1 ปี...ไม่สิ...บางทีแล้วข้าอาจจะไม่เคยรู้จักรัชทายาทจริงๆเลยก็ได้ ข้าไม่เคยรู้เลยว่ารัชทายาทนั้นแท้จริงแล้วอ่อนแอแค่ไหน โหยหาความรักและความอบอุ่นมากแค่ไหน ข้าไม่เคยรู้เลยจริงๆ แต่ว่าความภักดีของข้าก็ได้มอบให้กับรัชทายาทไปแล้ว”ความรู้สึกทั้งหมดที่ มอบให้ข้าไม่คิดทวงคืน เหมือนกับคำสัตย์ของอัศวินที่ไม่มีวันแปรเปลี่ยนป็นอื่น

   “เจ้า...รัก รัชทายาทสินะ.....”ไม่รู้ว่าเพราะอะไรราชามังกรถึงได้ตรัสออกมาแบบนั้น ในตอนนั้นเองภายใต้คุกอันมืดมิดข้าถึงได้มองเห็นรอยยิ้มขอราชามังกร มันเป็นรอยยิ้มที่มากด้วยเล่ห์เหมือนเมื่อหลายวันก่อนไม่มีผิด

   “แต่ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรความภักดีของเจ้าช่างน่าชื่นชมนัก ช่างน่าเสียดายเหลือเกิน.....”ราชามังกรไม่ได้โกหกน้ำเสียงนั้นเต็มเปี่ยมไป ด้วยความเสียดายเหลือแสนจนคล้ายกับการหักใจทิ้งดาบดีๆไปเล่มหนึ่ง ทันใดนั้นเองหัวของข้าก็เจ็บแปลบไปหมดจนแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ

   “อ้า ก!!!!!!!!!”ข้าร้องด้วยความเจ็บปวด ภาพทุกภาพในหัวกำลังสลายหายไป ทุกครั้งที่ภาพเหล่านั้นหายไปหัวใจของข้ารู้สึกถึงความเย็นเยียบที่ย่างกราย เข้ามาเรื่อยๆ ความรู้สึกที่คล้ายกับหัวใจกำลังตายลงนี้คือสิ่งที่รัชทายาทเคยได้รับงั้น หรือ ข้ากำลังจะกลายเป็นเช่นนั้นหรือ เปมือนเหมือนตุ๊กตาไร้หัวใจแบบนั้น

   ไม่! ข้าไม่ยอมเป็นแบบนั้น! ถ้าเป็นแบบนั้นข้าก็ปกป้องรัชทายาทไม่ได้ ข้า...ข้า...ข้า......และแล้วภาพสุดท้ายที่ข้าเห็นก็คือสายฝนสีแดงที่กำลัง สาดแทลงบนร่างสีดำอันบอบบาง ดวงหน้าหมดจดที่เปื้อนไปด้วยเลือดหันกลับมาช้าๆพร้อมกับดวงตาที่เหมือนกับ ไร้ที่ไป เสียงเรียกชื่อข้า

   มอส...อีย์....

   “รัช..ทายาท....”นั่นคือเสียงสุดท้ายที่ข้าสามารถเปล่งออกไปได้

   ชิ้ง!

   เสียงของดาบ...การต่อสู้? ที่นี่ที่ไหน?

   ข้า ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบากแล้วกลับแปลกใจมากเมื่อพบว่าตนเองเองไม่ได้ลหลับตา อยู่เลย กลับกันตัวข้ากำลังขยับอยู่ ไม่สิ! กำลังต่อสู้อยู่กับอัศวินผมสีฟ้าคนหนึ่ง ฝีมือของอัศวินคนนั้นดีมากและอาจจะดีกว่าข้าด้วยซ้ำแต่น่าแปลกที่เขาต่อสู้ เหมือนไม่อยากต่อสู้ เขากำลังทำอะไร ข้ากำลังทำอะไร ทำไมข้าจะต้องต่อสู้ ข้ากำลังต่อสู้เพื่อใคร.....

   จงต่อสู้ตามคำสั่งของข้า มอสอีย์...

ยิน เสียงกระซิบอันไร้ที่มา ทั้งที่มองภาพตรงหน้าแทบไม่เห็นแต่ข้ากลับมองเห็นดวงตาสีม่วงสดคู่หนึ่ง ดวงตาที่คล้ายกับจะอ่อนโยนแต่กลับน่าเกรงขาม คำสั่งที่สั่งมาคือสิ่งที่ห้ามปฏิเสธ ใช่แล้ว ไม่ว่ามันจะมีเหตุอันผลอันใดที่ต้องมาต่อสู้มันก็ไม่สำคัญเลย  ข้าต้องทำตามคำสั่ง นั่นคือ ต่อสู้!

   ข้าสู้ต่อไป พยายามใช้ฝีมือทั้งหมดที่มีจนสามารถทำให้อีกฝ่ายเปิดช่องว่างได้และข้าก็ไม่ รอช้าใช้โอกาสนั้นเงื้อดาบขึ้นและฟันลงไปอย่างไม่ลังเลทันที ทว่าพริบตานั้นเองประกายสีเงินกลับวิ่งผ่านนัยน์ตาของข้าไป

   ประกาย สีเงินที่แสนคุ้นตา สีที่เหมือนกับดวงตาของใครสักคน สีเงินที่มาพร้อมกับสีดำสนิทของท้องฟ้ายามค่ำคืน มือของข้าหยุดนิ่งไปในทันที ภาพที่เลือนรางแจ่มชัดขึ้นเล็กน้อยทำให้ข้าได้เห็นนัยน์ตาสีเงินคู่นั้น

   “อะ...องค์ ...รัชทายาท...”ข้าเอ่ยออกไปอย่างยากลำบาก องค์รัชทายาทมาอยู่ต่อหน้าข้า ข้าต้อง..ทำความเคารพสิ ข้าพยายามที่จะลดดาบลงเพื่อทำความเคารพแต่ความรู้สึกเจ็บแปลบในหัวของข้ากับ นัยน์ตาสีม่วงคู่หนึ่งกลับสั่งให้ข้าต่อสู้

   ต่อสู้ซะ ต่อสู้ซะ มอส อีย์...

   เสียง สั่งนั้นช่างเย็นเยียบและเย็นชาอย่างน่ากลัว ข้าพยายามที่จะขัดขืนแต่หัวใจของข้ากลับเริ่มรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกขึ้น มาอีกครั้งหนึ่ง ภาพตรงหน้าพร่าเลือนไปอีกครั้งจนมองไม่เห็นสิ่งใด ร่างกายของข้าขยับ มือของข้าจับดาบมั่นเพื่อที่จะแทงเข้าไปยังร่างตรงหน้าหวังปลิดชีพในดาบ เดียว  ในหัวมีแต่คำสั่งที่ได้ยินคือ ต่อสู้!

   “อัศวินใต้บังคับ บัญชาของฉัน นายกำลังทำอะไรอยู่ คิดจะลงมือกับฉันรึ”เสียงนี้...รัชทายาท....เป็นเสียงของท่านใช่ไหม ตาของข้าที่พร่าเลือนมองไม่เห็น เสียงที่ซ้อนมากับเสียงคำสั่งช่างคล้ายกับเสียงของรัชทายาทเหลือเกินข้าจึง ไม่สามารถแน่ใจได้ว่านั่นคือเสียงของรัชทายาทจริงหรือไม่ แต่ถ้าหากมันคือเสียงของรัชทายาทจริงๆละก็ข้าจะทำร้ายรัชทายาทไม่ได้....ข้า คิดเช่นนั้นแต่เสียงคำสั่งในหัวกำลังสั่งข้าอย่างบ้าคลั่ง

   ต่อสู้! ต่อสู้! ต่อสู้!

   “มอ ส อีย์!”เสียงเรียกชื่อสองเสียงที่เหมือนกับกำลังคำรามแข่งกัน ใครกันที่เรียกชื่อเขาอยู่กันแน่ ใครกันคือผู้ที่ข้าต้องทำตามคำสั่ง...

   ความ สับสนที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่ปรานีทำให้ข้าปวดหัวจนแทบบ้า ตาของข้ามองแทบไม่เห็น โสตที่ได้ยินเสียงทับซ้อนกัน แล้วเช่นนี้ข้าจะตัดสินใจได้อย่างไรว่าสิ่งใดคือสิ่งที่ข้าควรกระทำ ในตอนนั้นเองที่มีเสียงหนึ่งเอ่ยเตือนข้า

   “นายเป็นอัศวินในบังคับบัญชาของฉัน จำได้มั้ย”ข้า..ข้าคืออัศวินของรัชทายาทจันทร์สีเงิน

   “ผู้ ที่นายถวายความภักดีคือฉัน!”เสียงนี้ช่างอ่อนโยนเหลือเกิน รัชทายาทของข้าอ่อนโยนถึงเพียงนี้เชียวหรือ....แว่บหนึ่งที่คิดเช่นนั้นภาพ ของรัชทายาทที่เย็นชาไร้ความรู้สึกก็ปรากฏขึ้นในสายตาของข้ารัชทายาทของข้า ต้องเย็นชา โดดเดี่ยว อ่อนแอและน่าสงสาร รัชทายาทที่ต้องการอ้อมกอดของข้าเพื่อปลอบประโลม รัชทายาทของข้าไม่ใช่คนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นนี้

   ไม่ใช่ รัชทายาทจันทร์สีเงินไม่ใช่คนที่อยู่ตรงหน้านี้!

   “นาย ไม่ใช่รัชทายาท!”รัชทายาทของข้าจะต้อง.....ขณะที่กำลังจะพูดออกไปความสับสน อันไร้ที่มากลับปรากฏขึ้นในหัว ภาพรัชทายาทที่ร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของข้ากลับกลายเป็นหน้ากากเงินผู้หยิ่ง ทะนงแต่ยามเมื่อหน้ากาสีเงินนั้นคลายออกกลับกลายเป็นเพียงใบหน้าที่งดงาม ดั่งรูปสลักอันแสนเย็นชา

   “ท่านจันทร์สีเงินคือ...คือ...”ความคิดเหล่านั้นที่พุ่งเข้ามาในจิตใจทำให้ข้าพยายามที่จะพูดออกไปแต่กลับพูดออกไปไม่ได้....

   “คืออะไร”คนตรงหน้าถามด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย

   ใจ ของข้าพลันหวนคิดถึงคือหน้ากากเงินผู้เยือกเย็นหยิ่งทะนงที่พบในตอนแรก คือเจ้าชายสี่ผู้เย็นชาเป็นน้ำแข็งจนไม่เหมือนมนุษย์และคือจันทร์สีเงินที่ สง่างามและเต็มไปด้วยอากัปกิริยาเยี่ยงเจ้าชายแล้วมาในวันนี้คนตรงหน้าข้า ผู้อ่อนโยนคนนี้ล่ะคือรัชทายาทใช่หรือไม่

   ถ้าหากว่าใช่ล่ะ...ไม่..ข้าจะทำให้องค์รัชทายาทบาดเจ็บไม่ได้....

   “มอส อีย์”ข้าหันไปตามเสียงเรียกด้วยความไม่เข้าใจก่อนจะได้ยินถ้อยคำที่เหมือนกรีดหัวใจให้ขาดออกจากกัน

   “นาย ยังไม่ยอมถวายสัจจะแห่งวิญญาณกับฉันสินะ”เรื่องนี้มัน....ข้าพยามยามจะส่าย หน้าปฏิเสธแต่กลับไม่สามารถปฏิเสธความจริงข้อนี้ได้ ดวงตาที่อ่อนโยนคู่นั้นเย็นเยียบขึ้นเรื่อยๆราวกับจะแช่แข็งคนที่เห็นทุกคน ดวงตาของรัชทายาท....

   “นายจะหักหลังฉันเหรอ”เสียงนี้...เสียงที่ เต็มไปด้วยความเจ็บปวดขององค์รัชทายาท.......เสียงของผู้ที่เข้มแข็งและ อ่อนแอคนนั้น ร่างอันบอบบางที่กล้ำกลืนเก็บความเจ็บปวดไว้กับตนเอง ข้าสาบานว่าจะอยู่เคียงข้างท่าน จะปกป้องท่าน...รัชทายาท...ข้า...ข้า....

   “ไม่ ยินดีถวายสัตย์กับฉันยังพอว่า ยังยกอาวุธมาทำร้ายฉันอีก หรือนี่ไม่ใช่การทรยศ?”พริบตานั้นความพร่าเลือนก็ปราศนาการหายไปทั้งหมดทำ ให้ข้ามองเห็นได้อย่างแจ่มชัดอีกครั้ง ภาพของรัชทายาทที่ร่ำไห้ท่ามกลางสายฝนสีแดงในวันนั้นสะท้อนลงบนใบหน้าของคน ตรงหน้าในทันที นี่ข้ามัวลังเลสงสัยอะไรอยู่ ผู้ที่ร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดแบบนี้มีเพียงคนเดียวเท่านั้น คนผู้นี้คือ...รัชทายาท...ของข้า...

   “นายจะทรยศฉันเหรอ! อัศวินใต้บังคับบัญชาของฉัน!”ไม่..ข้าจะไม่ทรยศท่าน ข้าจะ..ข้าจะ...ปกป้องท่าน....

   “ไม่!”ข้า แทบจะขว้างดาบในมือทิ้งไปในทันทีแต่แล้วความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามาในหัวกลับ ทำให้ข้าถือกับปล่อยมือดาบเองอย่างไม่ตั้งใจ ความเจ็บปวดที่เหมือนกับตราตรึงอยู่ในสมอง ความเจ็บปวดที่ราวกับฉีกกระชากทั้งหัวใจและอารมณ์ความรู้ให้ขาดออกจากกัน ข้ากำลังจะลืมรัชทายาทอีกแล้วเหรอ...

   ไม่นะ...ข้าไม่อยากลืม....ข้าไม่ต้องการที่จะลืม ข้าอยากอยู่เคียงข้างรัชทายาท ข้าอยากจะปกป้อง....ปกป้อง....

   “ฉัน ยอมแพ้! ได้ยินมั้ย ฉันยอมแพ้ รีบหยุดเดี๋ยวนี้!”เสียงที่แสดงถึงความร้อนรนดังขึ้น ฉุดรั้งให้สติของข้ายังคงอยู่ไม่จางหายไปดังเช่นทุกสิ่งที่เริ่มไม่หลงเหลือ อยู่ในหัว

   “ปล่อยมอส อีย์ไป”คราวนี้กลับเป็นเสียงอันแผ่วเบาราวกับเสียงเว้าวอน รัชทายาทท่านกำลังทำอะไร....ทำไมต้องทำหน้าอ้อนวอนและเจ็บปวดราวกับกำลัง ร้องขอชีวิตใครแบบนั้น...ท่านกำลังร้องขอชวิตให้ข้างั้นหรือ?

   หัวใจ ของข้าก่อเกิดความรู้สึกทั้งสองสิ่งปะปนกันทั้งความยินดีที่รัชทายาทถึงกับ ร้องขอชีวิตให้แต่อีกด้านหนึ่งข้ากลับเจ็บใจและเกลียดชังตนเองยิ่งนัก ข้าเป็นอัศวินของรัชทายาท ข้าจะต้องปกป้องรัชทายาทไม่ใช่ให้รัชทายาทมาปกป้องข้า เพราะความอ่อนแอของข้ากำลังชักนำรัชทายาทให้เข้าสู่อันตราย!
 
   รัชทายาทแพ้แล้ว....

   ทุกอย่างมันเป็นเพราะ ข้า เพราะความอ่อนแอของข้า เพียงเพราะข้ามันโง่เขลาอ่อนแอจนทำให้ถูกราชามังกรควบคุม ข้าถึงกับทำให้รัชทายาทต้องอ้อนวอนร้องขอชีวิตให้กับข้า!

   ข้า เหลือบเห็นพี่ชายวิ่งเข้ามาหาด้วยความเร็วเท่าที่นักเวทร่างผอมบางจะทำได้ พี่ชายประคองข้าไว้แล้วตั้งใจจะพาไปหน่วยพยาบาลแต่ข้าก็ยกมือเป็นเชิงห้าม ก่อนจะบอกสถานที่ที่ข้าจะไป

   “พาข้าไปหารัชทายาท”ทันทีที่พูดจบพี่ชายทำหน้าเหมือนอยากจะด่าข้าแต่พอมองหน้าข้าแล้วก็เปลี่ยนใจยอมพาข้าเดินไปหารัชทายาท

   ตอน นี้ดวงตาของข้าแจ่มชัดยิ่งนัก รัชทายาทที่ยืนอยู่เบื้องหน้าข้าเป็นตัวจริงอย่างแน่นอน หากแต่กลับเปลี่ยนไปมากมายเหลือเกิน ความเย็นชาของรัชทายาทไม่มีหลงเหลืออีกต่อไป แม้สีหน้าจะแลดูหดหู่แต่ยามที่เห็นข้าเข้ามาใกล้แววตาก็ทอประกายโล่งใจมาก ขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีวี่แววของความเสียใจที่ช่วยข้าไว้แม้แต่น้อยและแววตานั้นก็ทำให้ข้า เสียใจมากจริงๆ

   “ราชามังกรตรัสได้ถูก ท่านไม่เป็นผู้ใหญ่พอ รัชทายาท อัศวินใต้บังคับบัญชาดำรงอยู่เพื่อช่วยเหลือท่าน หากกลายเป็นตัวถ่วง นั่นเป็นเรื่องน่าอัปยศยิ่งกว่าตายซะอีกสำหรับอัศวิน!”ข้าถึงกับพูดออกมา ด้วยความโมโห ข้าไม่ได้โมโหรัชทายาท ข้าแค่โมโหตัวเองและกำลังพาลไปถึงรัชทายาท ข้าควรจะปกป้องท่านไม่ใช่ให้ท่านมาเสียสละเพื่อข้า

   ความเจ็บใจที่ อยู่ในอกกำลังทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีเยี่ยมจนน่าแค้นใจ ความเป็นตัวถ่วงช่างน่าอัปยศนัก ตั้งแต่เป็นอัศวินมาข้าไม่เคยรู้สึกเลยว่าตัวเองจะอ่อนด้อยไร้พลังอย่างน่า รังเกียจได้ถึงขนาดนี้ ข้าผลักพี่ชายออกช้าๆ ฝืนยืนเหยียดตัวตรง มองรัชทายาทให้เต็มตา

   รัชทายาททั้งที่ตัวก็เล็กกว่าข้าแต่กลับ แข็งแกร่งยิ่งกว่า ทั้งที่แบกรับความเจ็บปวดไว้มากมายแต่ท่านก็ยังสามารถยืนหยัดอยู่ได้ในหนทาง ที่ตนเองเชื่อมั่น แล้วข้าล่ะ...ข้าที่อ่อนแอน่าสมเพชมีเพียงความอัปยศเช่นนี้จะมีประโยชน์อะไร กัน มือของข้ายกขึ้นทุบอกทำความเคารพแบบอัศวินให้กับรัชทายาทพร้อมกล่าวว่า

   “ขอ ให้ท่านโปรดพยายามให้ดี เป็นราชาผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน”และจนกว่าจะถึงวันนั้นข้าจะต้องแข็งแกร่ง ขึ้น แข็งแกร่งถึงขั้นที่ไม่เป็นตัวถ่วงและสามารถปกป้องท่านได้ ดวงตาของเราสองคนประสานกันนิ่งจนราวกับนิจนิรันดร์ สุดท้ายแล้วจึงเป็นข้าที่ละสายตาออกและเดินออกจากสังเวียนไปอย่างช้าๆพร้อม กับที่พี่ชายรีบเข้ามาช่วยประคองอีกครั้งหนึ่ง

   ข้าไม่รู้ว่า รัชทายาทเข้าใจความหมายของสิ่งที่ข้าพูดหรือไม่ แต่ข้าก็ไม่ได้รอเพื่อที่จะหาคำตอบนั้นตอนนี้ข้าอยากจะไปจากที่นี่ให้มากที่ สุดเพราะข้าไม่ต้องการจะเห็นหลักฐานที่แสดงถึงความอ่อนแอของตนเอง โดยเฉพาะความอ่อนแอที่มาจากจิตใจของตัวข้าเอง

   “ฉันว่าฉันเข้าใจนะ”เสียงของอัศวินจอร์โนดังขึ้นทำให้ข้าเผลอชะงักเท้าไปเล็กน้อย

   “นายช่วยเขาไว้ แต่กลับต้องแพ้การประลองสำคัญเพราะเหตุนี้”เสียงของเขาเงียบหายไปเพราะเสียงสูดลมหายใจลึกก่อนจะพูดต่อ

   “เขา จะต้องทั้งซาบซึ้งที่นายช่วย ทั้งหงุดหงิดที่ทำให้นายแพ้การประลอง หวังว่าต่อไปนายจะไม่ต้องมัวพะวงเพราะเขาอีก ความหมายของการเป็นอัศวินใต้บังคับบัญชาก็คือการปกป้องนาย ไม่ใช่เป็นตัวถ่วงนาย”

   “งั้นเหรอ”แว่วเสียงของรัชทายาทที่เหมือน กับยังไม่แน่ใจในสิ่งที่ได้ยิน ข้าจึงหันกลับไปช้าๆแล้วมองรัชทายาทเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจพยักหน้าแล้วเดิน จากไปพร้อมกับตัดสินใจจะไม่หันกลับไปอีก

   ข้าเลือกที่จะเดินจากไป ในวันนี้เพื่อที่จะเปลี่ยนตัวเอง ข้าจะต้องพยายามให้มากกว่านี้  จะต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่านี้ จิตใจของข้าจะต้องมั่นคงและกล้าหาญให้มากกว่านี้เพื่อที่ข้าจะได้ไม่ต้องมา นั่งเสียใจภายหลังอีกต่อไปและเมื่อวันนั้นมาถึงข้าจะกลับมาอยู่เคียงข้าง รัชทายาทอีกครั้ง

   เพราะงั้น...แล้วพบกันใหม่

   รัชทายาทของข้า....


-TBC-
 
รู้สึกเหมือนมีรังสีอำมหิตแผ่จากที่ไหนซักแหง่เหมือนจะบอกให้เรารีบเอาตอนใหม่มาด่วน- -"
 
ขอให้ค้างกันคนละนิดจิต(ไม่ค่อย)แจ่มใสนะคะ โฮะๆๆ/โดนเชือด
 
อย่าเพิ่งหมั่นไส้มอส อีย์กันนะคะ

edit @ 30 Nov 2011 14:18:24 by firay

Comment

Comment:

Tweet


สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะ
#1 by N_U_T At 2012-04-16 02:16,