2011/May/11

มาอัพตอน2อย่างว่องไวเพราะมีคนคอยเอาของมาล่อลวงให้แต่ง(ฮา)
 

ตอนที่ 2

 

....หากบอกว่าการพบพานก็ไม่ต่างกับโชคชะตา...

...แล้วคุณเรียกการพบกันของเราสองคนว่าอะไร...

 

                ในหลายปีที่ผ่านมานี้ชุนได้พบกับสิ่งที่เรียกได้ว่าน่าเหลือเชื่อมาหลายต่อหลายครั้งแต่เด็กหนุ่มก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีเรื่องน่าเหลือเชื่อเช่นนี้เกิดขึ้นกับตัวเขาและพี่ชายของเขา


                “คุณคือ....”แม้อีกฝ่ายจะเอ่ยนามออกมาแล้วแต่เด็กหนุ่มก็ยังสับสน หากเพราะผู้ที่พูดออกมาคือพี่ชายแท้ๆของเขาแต่ชุนก็รู้สึกได้ว่าสิ่งที่อยู่ภายในร่างพี่ชายเขาเป็นคนอื่นอย่างแน่นอน

 

                อิคคิหรือในตอนนี้ที่เรียกตัวเองว่าคางาโฮะไม่ได้ตอบราวกับไม่ได้นึกสนใจแม้แต่นิดเดียว หลังละสายตาจากชุนแล้วชายหนุ่มก็เอาแต่มองรอบห้องเหมือนกำลังสำรวจ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันกับสภาพรอบข้างที่ไม่คุ้นตาแม้แต่นิดเดียว

 

                ร่างสูงเดินไปยังหน้าต่างแล้วมองออกไปข้างนอก สิ่งที่เห็นก็คือสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่มีแสงสว่างส่องออกมามากมายจนทำให้มองดวงดาวบนท้องฟ้าไม่เห็นแม้แต่นิดเดียว เสียงของเครื่องยนต์ที่กระทบเข้ามาในโสตประสาทยิ่งทำให้คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันเหมือนกับจะรำคาญ

 

                “เจ้าหนูบอกข้ามาหลังจากสงครามศักดิ์สิทธิ์มันผ่านมานานแค่ไหนแล้ว”คำสรรพนามที่ไม่คุ้นเคยถูกเรียกออกมาทำให้ชุนตั้งตัวได้ช้ากว่าปกติเท่าตัว เด็กหนุ่มตั้งสติเล็กน้อยและเริ่มทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้แล้ว

 

                “ถ้าหากในยุคของผมก็คงไม่นานเท่าไหร่แต่ถ้าหากนับในยุคของคุณก็ประมาณ200กว่าปีแล้วล่ะครับ”มันเป็นคำตอบที่น่าตกใจสำหรับคนที่เพิ่งรู้ตัวว่าได้ข้ามผ่านกาลเวลามานานแสนนานแต่คางาโฮะก็ไม่ได้ตะโกนออกมาด้วยความตกใจ ชายหนุ่มเพียงแค่กอดอกแล้วนิ่งคิดเงียบๆอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงหันมาสนใจเด็กหนุ่มอีกครั้ง

 

                สายตาของคางาโฮะไล่มองชุนตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วหน้าก็ยิ่งบูดบึ้งกว่าเดิมเมื่อสัมผัสได้ถึงคอสโมที่ไมได้ดำมืดเช่นเดียวกับตน

 

                “เจ้าเป็นเซนต์แห่งอาธีน่าสินะ”ในน้ำเสียงไมได้แสดงถึงความดูถูกแต่คล้ายไม่สบอารมณ์และชุนก็เลือกจะนิ่งเงียบ คางาโฮะยังคงมองร่างเบื้องหน้าและสำรวจระดับพลังของเด็กหนุ่มแต่แล้วชายหนุ่มก็ต้องตกใจเมื่อค้นพบสิ่งหนึ่งที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดในตัวของชุน

 

                “มีพลังของท่านฮาเดสอยู่ในตัวเจ้า”เป็นเพียงคำพูดราบเรียบที่ทำให้ชุนต้องเป็นฝ่ายหรี่ตาลงเล็กน้อยและตอบกลับตามความเป็นจริง

 

                “ครับ ผมคือร่างทรงของฮาเดสในชาตินี้”มันเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่จิตของคางาโฮะปรากฏขึ้นบนร่างของอิคคิได้แสดงสีหน้าตกใจออกมาให้ได้เห็น สีหน้าของคางาโฮะในตอนนั้นชุนไม่อาจทำความเข้าใจได้เลยสีหน้าของคางาโฮะดูเหมือนตกใจ เศร้าใจ เสียใจและเหมือนสิ้นหวังในเวลาเดียวกัน

 

                ตอนแรกชุนคิดว่าสเป็คเตอร์หนุ่มคนนี้จะรีบคุกเข่าให้เขาในฐานะร่างทรงฮาเดสเสียอีกแต่ก็เปล่า ชายหนุ่มกลับเดินเข้ามาหาชุนแล้วใช้มือเชยคางชุนขึ้นมา นัยน์ตาสีดำนิ่งมองนานแสนนานทำให้ชุนเกร็งไปทั้งตัวจนแทบลืมหายใจและไม่รู้ว่าพอใจแล้วหรือเลิกคาดหวังกันแน่คางาโฮะจึงได้ลดมือลง

 

                “เจ้าไม่ใช่ท่านอาโรน”น้ำเสียงยังคงราบเรียบแต่ชุนกลับรู้สึกว่ามันดูเศร้าๆ เด็กหนุ่มลอบมองใบหน้าแล้วก็พบกับดวงตาที่หม่นหมองแต่กเป็นเพียงชั่ววินาทีเดียวเท่านั้นมันก็กลับมาดูดุดันเช่นเดิม

 

                “เล่าเรื่องสงครามศักดิ์สิทธิ์ในคราวนี้มาให้หมด”คำพูดที่ไม่ต่างกับคำสั่งทำให้ชุนนึกโมโหขึ้นมาแม้ปกติเขาจะเป็นคนใจเย็นแต่อยู่ๆก็มาเจอวิญญาณสิงร่างพี่ชายตัวเองแล้วมาสั่งแบบนี้ก็อดที่จะโมโหไม่ได้

 

                “ผมไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเล่าเรื่องให้กับคนที่ตายไปแล้ว นี่ไม่ใช่ยุคสมัยของคุณและนี่ก็ไม่ใช่ร่างของคุณ คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งผม”สิ้นคำคางาโฮะก็ถลึงตามองชุนอย่างหงุดหงิดแต่ชุนก็ไม่กลัวทั้งยังจ้องตากลับอย่างไม่ยอมแพ้

 

                “ข้าอาจตายไปแล้วก็จริงแต่ร่างนี้เป็นของข้า”และเพราะคำพูดนี้ก็ยิ่งทำให้ชุนโมโหหนักขึ้นไปอีก

 

                “ไม่ใช่! นี่คือร่างกายของพี่ชายของผม มันเป็นร่างของพี่อิคคิ! ถ้าออกมาจากรูปก็ช่วยกลับเข้าไปในนั้นด้วย!”ร่างบางตวาดอย่างนึกเหลืออดพร้อมชี้ไปยังรูปภาพที่ถูกทิ้งอยู่บนเตียง

 

                ชายหนุ่มเดินไปที่เตียงหยิบรูปขึ้นมาดูและยกมือขึ้นวางทาบลงบนข้อความสีทอง คิ้วที่ขมวดอยู่คลายออก ลูบไล้ไปมาบนตัวอักษรนั้นราวกับกำลังให้ความสำคัญกับสิ่งล้ำค่า

 

                “ท่าทางเจ้าจะเข้าใจผิด ข้าไม่ได้ออกมาจากรูปภาพ ภาพนี้ต่างหากที่มีพลังกระตุ้นให้วิญญาณของข้าจดจำเรื่องราวในอดีตชาติได้”

 

                “คุณหมายความว่ายังไง”คำอธิบายที่ชุนจับต้นชนปลายไม่ถูก อารมณ์โกรธถูกแทนที่ด้วยความสงสัยทันที

 

                “หมายความว่าข้าคือความทรงจำชาติที่แล้วของพี่ชายเจ้ายังไงล่ะ”ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางใจ เมื่อชุนได้พบว่าพี่ชายของตนเองเคยเป็นสเป็คเตอร์มาก่อน แม้จะเป็นเรื่องเมื่อชาติที่แล้วแต่ตอนนี้พี่ของเขาเป็นเซนต์แห่งอาธีน่านะ! สเป็คเตอร์คือผู้รับใช้ราชายมโลกฮาเดสแล้วจะมาเกิดเป็นเซนต์แห่งอาธีน่าได้ยังไงกัน!

 

            “นี่มัน...เรื่องบ้าชัดๆ”วันนี้มันวันอะไรกันทำไมถึงได้มีแต่เรื่องแปลกประหลาดมากมายขนาดนี้ มันเป็นสิ่งที่ชุนยากจะเชื่อแม้ว่าความจริงจะปรากฏอยู่ตรงหน้าก็ตาม

 

                “เจ้าเองก็ยังเป็นเซนต์แห่งอาธีน่าทั้งที่เป็นร่างทรงจ้าวนรกได้เลย”คางาโฮะพูดเสียงเรียบ เขาไม่ได้คิดแดกดันหรือพูดประชดเพียงแค่พูดถึงความเป็นจริงเท่านั้น

 

                “และมันไม่สำคัญเลยว่าข้าจะเป็นใครความปรารถนาของข้าเพียงแค่ต้องการปกป้องท่านอาโรนเท่านั้น”มันเป็นอีกหนึ่งความจริงสำหรับตัวเขา คางาโฮะมองชุนอีกครั้งก่อนจะหลับตาลงคล้ายกับจะนึกถึงใบหน้าของใครอีกคนหนึ่งขึ้นมาแทนและท่าทางนั้นก็อยู่ในสายตาของชุนตลอด

 

                “....ผมจะเล่าเรื่องสงครามศักดิ์สิทธิ์คราวนี้ให้ฟังก็ได้”ไม่รู้เหมือนกันว่าความโกรธมันหายไปไหนหมดหรือจะเป็นเพราะใบหน้าเศร้าๆนั้นกันแน่ที่ทำให้เขาลืมเลือนซึ่งความโกรธ

 

                “แต่หลังจากเล่าเสร็จคุณต้องคืนร่างให้พี่อิคคิด้วย”ชุนยื่นข้อเสนอและคางาโฮะก็พยักหน้ารับง่ายๆ ดังนั้นชุนจึงเริ่มเล่าเรื่องของสงครามศักดิ์สิทธิ์จนหมด ระหว่างที่ฟังคางาโฮะมักจะขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อของโกลด์เซนต์ไลบร้า โดโกขึ้นมาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรและรับฟังจนจบ

 

                “เรื่องทั้งหมดก็มีเท่านี้แหละครับ”เมื่อเรื่องทุกอย่างถูกเล่าจนจบแววตาของคางาโฮะก็ยังคงนิ่งเฉยไม่แปรเปลี่ยนจนชุนนึกสงสัยว่าชายคนนี้เป็นสเป็คเตอร์จริงเหรอทำไมถึงได้ไม่มีท่าทางโกรธแค้นกับเรื่องที่ฮาเดสโดนพวกเขาจัดการเลย

 

                “คุณไม่สนใจเรื่องของฮาเดสเลยเหรอครับ”การที่ชุนถามคำถามนี้กับสเป็คเตอร์ถือว่ากล้ามาก เพราะสเป็คเตอร์เองก็ไม่ต่างจากเซนต์แห่งอาธีน่าคือความจงรักภักดี แต่คงเพราะเป็นชายคนนี้ชุนถึงกล้าถามออกไป

 

                “องค์ฮาเดสจะเป็นเช่นไรไม่เกี่ยวกับข้า”คำตอบที่ไม่น่าจะออกมาจากปากของสเป็คเตอร์เลย ใครได้ฟังก็ต้องคิดว่ามันเป็นคำโกหกอย่างแน่นอนแต่ชุนกลับมั่นใจว่ามันคือความจริง

 

                “สิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดสำหรับข้าคือท่านอาโรนเท่านั้น”เด็กหนุ่มกลับเป็นฝ่ายขมวดคิ้วแทนอย่างไม่เข้าใจ อาโรนที่ว่าคือร่างทรงของฮาเดสซึ่งก็น่าจะหมายถึงตัวของฮาเดสเองแล้วทำไมคางาโฮะถึงต้องแบ่งแยกแบบนี้ด้วย

 

                ทว่ายังไม่ทันที่ชุนจะได้ถามคางาโฮะก็หันหลังไปหยิบรูปตนเองบนเตียงส่งมาให้กับชุน เด็กหนุ่มยื่นมือไปรับด้วยความไม่เข้าใจ ถึงชุนจะยื่นมือไปจับไว้แล้วแต่คางาโฮะกลับไม่ยอมปล่อยมือ เขากำลังจ้องมองที่ภาพ..ไม่สิ กำลังจ้องมองที่ข้อความสีทองนั้นอีกแล้วคางาโฮะจ้องมองมันอยู่นานจนเหมือนเขากลัวว่าหากละสายตาแล้วละก็ตัวอักษรเหล่านั้นจะเลือนหายไป

 

            สิ่งที่มีค่ามันควรจะเป็นภาพไม่ใช่หรือ เกิดคำถามนี้ขึ้นในใจชุนแต่สิ่งที่เขาเห็นคือคางาโฮะไม่ได้แม้แต่จะใส่ใจภาพเลยแม้แต่นิดเดียวแต่กลับให้ความสำคัญกับตัวอักษรเพียงไม่กี่ประโยคนั้นและไม่รู้ว่าคางาโฮะยอมตัดใจแล้วหรือไงจึงยอมปล่อยมือจากภาพแล้วกล่าวเสียงเรียบ

 

                “รีบเอาภาพไปซ่อนซะ เจ้าคงไม่อยากให้พี่ของเจ้าเห็นใช่ไหม”ชุนเผลอรับคำแล้วรีบเอาภาพไปซ่อนอย่างรวดเร็วเป็นเวลาเดียวกับที่คางาโฮะเดินไปยังประตูหมายจะเดินออกจากห้อง

 

                “เดี๋ยว...”ชุนไม่ได้คิดจะรั้งเอาไว้แต่กำลังจะทวงสัญญาแต่อีกฝ่ายก็ดูจะจำสัญญานั้นได้จึงหันกลับมาตอบ

 

                “ข้าจะรักษาสัญญา พรุ่งนี้เจ้าก็จะได้พี่ชายคนเดิมกลับคืนมา”แล้วประตูก็ปิดลงพร้อมกับร่างของชายหนุ่มที่เดินจากไปทิ้งให้เด็กหนุ่มยืนอยุ่เพียงลำพัง

 

                คืนนั้นแม้ว่าจะล่วงเข้าไปในยามดึกมากแค่ไหนแต่เด็กหนุ่มกลับไม่อาจเข้าสู่นิทราได้เลยจวบจนกระทั่งใกล้รุ่งสางเด็กหนุ่มจึงสามารถหลับใหลลงได้...

 

                หากว่าเช้าเมื่อวานคือเช้าอันสดใสเช้าวันนี้สำหรับชุนก็คงเป็นเช้าที่น่าเป็นห่วงที่สุด เพราะเพียงแค่แสงแรกของดวงอาทิตย์สาดส่องเด็กหนุ่มที่แม้จะพิ่งหลับไปได้ไม่นานก็ลืมตาตื่นและรีบไปยังห้องนอนของพี่ชายที่อยู่ข้างกันทันที


                แอ๊ด....

 

                ประตูห้องนอนของผู้เป็นพี่ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ ร่างบางค่อยๆเดินเข้ามา ก้าวย่างแต่ละก้าวเงียบกริบไร้เสียง ชุนก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่นอนอยู่บนเตียงเรื่อยๆและเริ่มไล่สายตาสำรวจ

 

                ผู้ที่นอนอยู่คืออิคคิ ร่างสูงนอนอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาบนเตียง เสียงลมหายใจเข้าออกก็ฟังดูสม่ำเสมอเหมือนกำลังหลบสบายจนชุนไม่แน่ใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนคือความฝันรึเปล่า

 

                “พี่อิคคิ...”ทั้งที่ตั้งใจจะปลุกให้ตื่นแต่ชุนก็ไม่กล้าเรียกสักเท่าไรก็เพราะเกรงว่าหากร่างนี้ลืมตาตื่นแล้วยังคงเป็นคางาโฮะแล้วเขาจะทำอย่างไรดีซึ่งมันทำให้ชุนต้องรวบรวมความกล้าพอสมควรในการปลุกให้ร่างตรงหน้าลืมตาตื่นขึ้นมา

 

                “พี่อิคคิ”เสียงเรียกที่สองดังกว่าครั้งแรกมากนัก ชุนยื่นมือไปหมายจะปลุกแต่แล้วข้อมือบางกลับโดนจับไว้และภาพตรงหน้าก็ขยับวูบรู้ตัวอีกทีกลับเป็นตัวเขาเองที่นอนลงบนเตียงและมีร่างหนึ่งคร่อมอยู่พร้อมด้วยมือที่วางอยู่บนลำคอของเขา

 

                ชายหนุ่มที่คร่อมอยู่บนตัวเขาเผยสีหน้าเหมือนกำลังตกใจก่อนจะค่อยๆคลายมือออกจากลำคอของเด็กหนุ่มแล้วเอ่ยด้วยคำที่ทำให้ชุนรู้สึกวางใจ

 

                “นายเองเหรอชุน ขอโทษที”บางทีนี่อาจเป็นครั้งแรกที่ชุนรู้สึกดีใจมากเวลาที่อิคคิเรียกชื่อของเขา เพราะมันทำให้เขาแน่ใจว่าเขาได้พี่ชายคนเดิมกลับคืนมาแล้ว

 

                “อรุณสวัสดิ์ครับ”ชุนกล่าวทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเหมือนไม่นึกโกรธที่เมื่อสักครู่เกือบถูกบีบคอเลยแม้แต่นิดเดียว อิคคิขยับตัวถอยออกให้ชุนลุกขึ้นมานั่งได้สะดวก ตอนแรกอิคคิคิดจะถามว่าทำไมชุนถึงเข้ามาหาเขาแต่พอพบกับรอยคล้ำใต้ดวงตาคู่งามนั้นอิคคิก็เปลี่ยนคำถามทันที

 

                “เมื่อคืนมัวแต่ทำอะไรทำไมไม่นอน ใต้ตาคล้ำหมดแล้ว”ไม่ว่าเปล่ายังยกมือขึ้น